
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือกองทุน Thai ESG คือกองทุนรวมที่นักลงทุนสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการขอลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนนี้ได้ โดยนโยบายการลงทุนในกองทุน Thai ESG นี้เน้นไปที่การลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ซึ่งเป็นหลักการบริหารธุรกิจที่ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับผลประกอบการของบริษัท แต่ยังให้ความสำคัญกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้แก่ การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และมีการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล (Governance) ที่ดี
เงื่อนไขสำคัญของ Thai ESG คืออะไรบ้าง
สำหรับนักลงทุนที่มองเห็นแล้วว่า กองทุน Thai ESG คือการลงทุนเพื่อโอกาส ควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการลงทุนให้เข้าใจ เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวได้อย่างมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งเงื่อนไขในการลงทุนในกองทุน Thai ESG ประกอบด้วย
1. ระยะเวลาในการถือครองกองทุน นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุน Thai ESG จะต้องถือครองกองทุนอย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่เริ่มต้นลงทุน
2. ไม่มีเงื่อนไขให้ลงทุนเพิ่ม กองทุน Thai ESG คือกองทุนที่ไม่มีการกำหนดให้ต้องลงทุนเพิ่มทุกปี แต่เพื่อความมั่งคั่ง และลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ขอแนะนำให้นักลงทุนควรวางแผนเพื่อลงทุนเพิ่มทุกปี
3. สิทธิประโยชน์ในการขอลดหย่อนภาษี นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุน Thai ESG สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีด้วยการขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้สามารถใช้ได้ระหว่างปี 2567-2569
4. เงื่อนไขผลตอบแทนจากกองทุน Thai ESG กองทุน Thai ESG คือกองทุนที่มีนโยบายผลตอบแทนทั้งแบบสะสมมูลค่า และแบบปันผล โดยนักลงทุนที่เลือกรับผลตอบแทนเป็นเงินปันผล จะมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% จากยอดเงินปันผลที่ได้รับทุกครั้ง
5. ประเภทสินทรัพย์ที่สามารถเลือกลงทุนในกองทุน Thai ESG กองทุน Thai ESG มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนได้หลากหลาย ได้แก่
-หุ้นยั่งยืนที่ได้รับการจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI)
– หุ้นหลักทรัพย์ใน SET หรือ MAI ที่มีแผนจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs)
– ตราสารหนี้ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนที่ออกโดยบริษัทเอกชน
– พันธบัตรหรือหุ้นกู้ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนที่ออกโดยรัฐบาล
– สินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน
Thai ESG คือกองทุนที่เหมาะสมกับใคร
หลายคนอาจจะสงสัยว่ากองทุน Thai ESG เป็นกองทุนที่เหมาะสมกับใครบ้าง มาดูเช็กลิสต์กันดีกว่าว่า คนที่เหมาะจะลงทุนในกองทุน Thai ESG คือใคร
- นักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน และต้องการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในสังคม
- นักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี โดยอาจจะลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เก็บเงินดาวน์บ้าน ดาวน์รถ หรือใช้จ่ายสำหรับการศึกษาของบุตรหลาน เป็นต้น
- นักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนตามระดับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถยอมรับได้
- นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุนในกองทุนรวมที่หลากหลาย
- นักลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ด้วยการขอลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ
รู้หรือไม่หากอยากลงทุนในกองทุน Thai ESG สามารถซื้อได้เท่าไร
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุน Thai ESG อาจจะสงสัยว่า จำนวนสูงสุดที่จะซื้อกองทุน Thai ESG คือเท่าไร เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกองทุน เรามีตัวอย่างการคำนวณจำนวนเงินที่สามารถซื้อกองทุน ESG มาฝากกัน ดังนี้
นาย ก. มีรายได้พึงประเมิน 1,800,000 บาท จะสามารถซื้อกองทุน ESG ในปีภาษีนั้นได้เป็นจำนวนเงินสูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน (1,800,000 x 30%) = 540,000 บาท แต่เนื่องจากจำนวนเงินดังกล่าวเกินกว่าจำนวนเงินสูงสุด 100,000 บาท ที่ระบุไว้ในเงื่อนไข ดังนั้น นาย ก. จึงสามารถซื้อกองทุน Thai ESG ในปีภาษีนั้นสูงสุดได้เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาทนั่นเอง
Thai ESG คือกองทุนรวมที่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการหาช่องทางการลงทุนที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ยั่งยืน และยังมีโอกาสใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ซึ่งวิธีการคำนวณจำนวนเงินที่สามารถลงทุนในกองทุนของแต่ละปีภาษีก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนั้นหากใครก็ตามที่กำลังสนใจลงทุนในกองทุน Thai ESG สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ทันที
